<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-8344578272569545654</id><updated>2012-01-20T03:12:05.671-08:00</updated><category term='การฝึกสมาธิเบื้องต้น'/><category term='สมาธิคืออะไร'/><category term='จักระ'/><category term='สมาธิ'/><category term='ประโยชน์ของสมาธิ'/><category term='สมาธิ กับ จักระทั้ง 7'/><category term='เดินสมาธิ'/><category term='เดินจงกรม'/><category term='สมาธิภาวนา คืออะไร'/><title type='text'>สมาธิ</title><subtitle type='html'>สมาธิ เป็นการควบคุมจิตใจ และ ให้จดจ่อ ไม่ฟุ่งซ่าน การฝึกสมาธิ มีประโยชน์หลายประการ ไม่เฉพาะในแง่ของศาสนา แต่ สมาธิ เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์กับทุกคน</subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://xn--p3cr0a7al.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8344578272569545654/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--p3cr0a7al.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>G_</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>6</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8344578272569545654.post-5320093076754719078</id><published>2012-01-20T03:06:00.000-08:00</published><updated>2012-01-20T03:12:05.686-08:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สมาธิ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สมาธิภาวนา คืออะไร'/><title type='text'>สมาธิภาวนา คืออะไร</title><content type='html'>สมาธิ ภาวนา คืออะไร&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;“สมาธิ”&lt;br /&gt;มีความหมายว่า ความมั่นคงของจิต  หรือสภาวะที่จิต ตั้งมั่น มีความสงบ แน่วแน่ หมายถึง สภาวะที่จิตนิ่ง แน่วแน่ต่อสิ่งที่กำหนดอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการคิด  การพูด หรือการกระทำกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง โดยที่จิตนั้นไม่ฟุ้งซ่าน&lt;br /&gt;ไปมา&lt;br /&gt;“ภาวนา”&lt;br /&gt;มีความหมายว่า การทำให้เกิดขึ้น มีขึ้น เป็นขึ้น การเจริญขึ้นในทางจิตใจการสำรวมใจ ตั้งความปรารถนา มุ่งมั่น คือคุณธรรมที่ยังไม่มีขึ้น ให้มีขึ้น ด้วยการฝึกอบรมจิตใจให้เจริญงอกงามขึ้นด้วยปัญญา  และด้วยคุณธรรม&lt;br /&gt;เพื่อความสงบ และความบริสุทธิ์ผ่องใส เป็นต้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ประเภทของภาวนา นั้นมีอยู่  2  ประเภท&lt;br /&gt;ได้แก่ สมถภาวนา และ วิปัสสนาภาวนา&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      1. สมถภาวนา หมายถึง การฝึกจิตใจให้มีความสงบ เป็นการเจริญสมาธิโดยตรง คือ ฝึกภาวะจิตให้มีความตั้งมั่นแน่วแน่ ยิ่งขึ้นไปเป็นชั้นๆ โดยลำดับ  จนถึงขั้นฌานในระดับต่างๆ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      2. วิปัสสนาภาวนา หมายถึง การนำสมาธิ ไปใช้เป็นพื้นฐาน ในการฝึกปัญญา ให้เกิดความรู้แจ้งเห็นจริง ในสภาวะ รูป – นาม ของสิ่งทั้งหลายที่มีอยู่ในร่างกายของเรา โดยอาการแห่งความเป็นอนิจจัง ทุขขัง  อนัตตา ทำให้ได้ญาณระดับต่างๆ และหลุดพ้นจากกิเลส ตัญหา และทุกข์ทั้งปวง จนกระทั่งบรรลุนิพพานได้&lt;br /&gt;ระดับของสมาธิ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ในชั้นอรรถกถา แยกสมาธิออกเป็น 3 ระดับ คือ&lt;br /&gt;      1. ขณิกสมาธิ คือ สมาธิชั่วขณะเป็นสมาธิขั้นต้น ซึ่งคนทั่วไป อาจใช้ประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่การงาน&lt;br /&gt;ในชีวิตประจำวัน ให้เกิดผลดี และจะได้ใช้เป็นจุดตั้งตนในการเจริญวิปัสสนาภวานาก็ได้&lt;br /&gt;      2. อุปจารสมาธิ  คือ สมาธิเฉียดๆ หรือ  จวนแน่วแน่ เป็นสมาธิชั้นระงับนิวรณ์ (นิวรณ์ คือเครื่องขวางกั้นความสำเร็จ ได้แก่  อารมณ์พอใจรักใคร่ / ความคิดร้ายต่อผู้อื่น /ความง่วง / ความฟุ้งซ่าน – รำคาญใจ / ความลังเลสงสัย)  ก่อนที่จะเข้าภาวะแห่งองค์ฌาน (ฌาน = ภาวะที่จิตสงบแน่วแน่ มีสมาธิโดยแบ่งได้อีก  4  ระดับ)&lt;br /&gt;1  มีวิตก  วิจารณ์ ปีติ  สุข เอกัคตา&lt;br /&gt;2  มีเพียง ปีติ  สุข และ เอกัคตา (ไม่เหลือคำภาวนา หรือคำบริกรรมอีก)&lt;br /&gt;3  มีแต่สุข กับเอกัคตา  (ความสุขอื่นใดเทียบความสงบไม่มี)&lt;br /&gt;4 ไม่เหลือสุข มีเอกัคตา กับอุเบกขา  (ไม่สุข –ไม่ทุกข์ จิตวางเฉย)&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;มีลักษณะไม่รับรู้เรื่องใดๆ บางท่านจึงพูดว่า ทำตนเหมือนก้อนหิน ไม่รู้ร้อน  ไม่รู้หนาว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;      3. อัปปนาสมาธิ  คือ สมาธิแนบแน่น หรือแน่นอน ถือว่าเป็นสมาธิระดับสูงที่มีอยู่ในองค์ฌานนั้นๆ  ซึ่งถือว่า&lt;br /&gt;เป็นผลสำเร็จที่ต้องการในการเจริญสมาธิ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8344578272569545654-5320093076754719078?l=xn--p3cr0a7al.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8344578272569545654/posts/default/5320093076754719078'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8344578272569545654/posts/default/5320093076754719078'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--p3cr0a7al.blogspot.com/2012/01/meditation.html' title='สมาธิภาวนา คืออะไร'/><author><name>G_</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8344578272569545654.post-4182521169953277382</id><published>2010-09-16T00:01:00.000-07:00</published><updated>2010-09-16T00:57:12.227-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สมาธิ กับ จักระทั้ง 7'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สมาธิ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='จักระ'/><title type='text'>สมาธิ กับ จักระ</title><content type='html'>การฝึกสมาธิ ที่มีความสัมพันธ์กับ จักระ นั้นจะมีการใช้กันมากในฝ่ายมหายาน โดยอาศัยศาสตร์ของโยคะ ที่ให้ความสำคัญกับ จุดจักระต่างๆ บนร่างกาย ซึ่งสัมพันธ์กับพลังของจักรวาล&lt;br /&gt;จักระคือศูนย์รวมของพลังงานภายในร่างกายของมนุษย์ ซึ่งเป็นศูนย์พลังอันละเอียดอ่อนที่โดยทั่วไปจะไม่สามารถสัมผัสได้ มนุษย์ มีจักระจำนวนมากมายอยู่ภายในร่างกาย จักระที่สำคัญของมนุษย์เรานั้น มีอยู่ด้วยกัน ๗ ตำแหน่งด้วยกัน จักระในแต่ละตำแหน่งมีหน้าที่ควบคุมการทำงานของอวัยวะส่วนต่างๆ ภายในร่างกายของคนเราให้ทำงานเป็นปกติ จักระทั้ง 7 นั้น จะมีความสัมพันธ์กับสีทั้ง 7 ของสีของรุ้งกินน้ำ โดยการฝึกสมาธิโดยการรวบรวมสมาธิไปที่จุดจักระต่างๆบนร่างกายนั้นทางโยคะมีความเชื่อว่าสามารถช่วยเบาเทาและรักษา อาการเจ็บป่วยที่มีความสัมพันธ์กับจักระนั้นๆได้ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จักระ 1 (ดอกบัว 4 กลีบ) มีชื่อว่า มูละธารณะ อยู่ระหว่างอวัยวะเพศ และทวารหนัก มีความสัมพันธ์กับสีแดง&lt;br /&gt;จักระที่ 1 นี้ เป็นรากฐานของระบบจักระ หรือระบบพลังงาน เป็นพื้นฐานของพลังชีวิต และเป็นกลไกที่ทำให้สืบทอดพันธุ์เป็นมนุษย์อยู่ในโลกทุกวันนี้&lt;br /&gt;- ผู้ที่ปฏิบัติได้ถึงระดับสูงสุด จักระนี้จะเปิดเองโดยอัตโนมัติ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จักระ 2 (ดอกบัว 6 กลีบ) ชื่อว่า สวาธิษฐานะ ตั้งอยู่ตรงปลายก้นกบ เป็นศูนย์กลางเกี่ยวกับพลังทางเพศ รวมทั้งความเชื่อมั่นในตนเอง มีความสัมพันธ์กับสีส้ม&lt;br /&gt;จักระที่ 2 นี้ ควบคุมระบบการสืบพันธุ์, การขับกากอาหารและของเสียออกจากร่างกาย (ระบบการขับถ่าย) รวมทั้งการตั้งครรภ์และการคลอด &lt;br /&gt;- ใช้รักษาโรคเกี่ยวกับอัณฑะ, ท่อปัสสาวะ, อวัยวะสืบพันธุ์, มดลูก, รังไข่, ช่องคลอด, ทวารหนัก, กามโรค &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จักระ 3 (ดอกบัว 8 กลีบ) มีชื่อว่า มณีปุระ อยู่ตรงแนวสะดือตัดกับกระดูกสันหลัง เป็นศูนย์กลางของการหยั่งรู้ ณ จุดนี้เป็นศูนย์กลางของร่างกาย มีความสัมพันธ์กับสีเหลือง&lt;br /&gt;จักระนี้ ควบคุมระบบการย่อยอาหารและการขับถ่ายของเสีย &lt;br /&gt;- ใช้รักษากระเพาะอาหาร, ลำไส้ใหญ่, ลำไส้เล็ก, ลำไส้อ่อน, ลำไส้แก่, ไส้ติ่ง, ตับ, ม้าม, ดี, กระเพาะปัสสาวะ, ไต, โรคเบาหวาน, ถุงน้ำดี, ต่อมหมวกไต &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จักระ 4 (ดอกบัว 10 หรือ 12 กลีบ) ชื่อว่า อะนาหตะ โดยตั้งอยู่ตรงแนวหัวใจตัดกับกระดูกสันหลัง เป็นศูนย์รวมของความรักที่แท้จริง รวมทั้งการพัฒนาจิตใจ ด้วยความเมตตากรุณา และความเสียสละ จักระนี้สัมพันธ์กับสีเขียว&lt;br /&gt;จักระที่4 มีหน้าที่ควบคุมระบบหมุนเวียนโลหิต, หัวใจและระดับไขมันในเส้นเลือด &lt;br /&gt;- ใช้รักษาโรคหัวใจและหลอดเลือด เช่น หัวใจโต, หัวใจเล็ก, หัวใจรั่ว, ความดันโลหิตสูง, ไขมันในเส้นเลือด, หัวใจเต้นอ่อนและเหนื่อยเร็ว &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จักระ 5 (ดอกบัว 16 กลีบ) ชื่อว่า วิศทะ อยู่ตรงบริเวณเส้นแนวไหล่ตัดกับกระดูกสันหลัง เป็นศูนย์รวมของความรัก ความเห็นอกเห็นใจ ความสมดุลของสติปัญญา โดยจักระนี้สัมพันธ์กับสี ฟ้า หรือ น้ำเงิน&lt;br /&gt;จักระนี้ ควบคุมระบบทางเดินหายใจ และผิวหนัง &lt;br /&gt;- ใช้รักษาโรคปอด, หลอดลม, ลำคอ, ไซนัส, ต่อมผิวหนัง, หลอดลมอักเสบ, หอบหืด, ไอ, จมูก, ผื่นคัน, โรคผิวหนัง &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จักระ 6 (ดอกบัว 2 กลีบใหญ่ และกลีบย่อย 100 กลีบ) ชื่อว่า อะชะ ตั้งอยู่ตรงกลางหน้าผาก หว่างคิ้ว เปรียบเสมือนนัยน์ตาของปัญญา ใช้เป็นตาที่ 3 (ญาณวิเศษ) โดยห้ามใช้จักระนี้ในการรักษาโรคอย่างเด็ดขาด จักระนี้มีความสำพันธ์กับสีน้ำเงินเข้ม&lt;br /&gt;จักระนี้ ควบคุมสติปัญญา, ความนึกคิด, ความเฉลียวฉลาด, และระบบประสาท &lt;br /&gt;- จักระนี้ใช้ทำสมาธิเท่านั้น (ถ้ารักษาโรคด้วยจักระนี้ จักระที่เปิดไว้ทุกจักระจะปิด) &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จักระ 7 (ดอกบัว 1,000 กลีบ) ชื่อว่า สหสราระ อยู่ตรงกลางกระหม่อมหรือจุดตัดของเส้นที่ลากจากปลายจมูก ผ่านกลางหน้าผาก ตัดกับเส้นที่ลากจากหูซ้ายไปหูขวา เปรียบเสมือนมงกุฎดอกบัว มีความสัมพันธ์กับสี ม่วงเข้ม – สีดำ&lt;br /&gt;จักระนี้ใช้ ควบคุม ระบบประสาททั้งหมดของร่างกาย เป็นศูนย์ควบคุมทุกจักระ เป็นจุดรับพลังจักรวาล และทำการกระจายไปทั่วร่างกาย เป็นจุดที่ สามารถรักษาอาการเจ็บป่วย ที่จักระอื่นไม่สามารถรักษาได้โดยตรง &lt;br /&gt;- ใช้รักษาเส้นประสาท, สมอง, ตา, หู, อวัยวะในช่องปาก, โรคเจ็บป่วยซึ่งเกี่ยวกับระบบประสาททั่วไป ที่อยู่นอกเครือข่ายของ จักระอื่น เช่น ระบบกล้ามเนื้อ, ไทรอยด์, ต่อมทอนซิล, กล่องเสียง&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8344578272569545654-4182521169953277382?l=xn--p3cr0a7al.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8344578272569545654/posts/default/4182521169953277382'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8344578272569545654/posts/default/4182521169953277382'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--p3cr0a7al.blogspot.com/2010/09/blog-post.html' title='สมาธิ กับ จักระ'/><author><name>G_</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8344578272569545654.post-2530383584633346535</id><published>2010-04-16T20:26:00.000-07:00</published><updated>2010-04-16T09:48:33.015-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สมาธิ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สมาธิคืออะไร'/><title type='text'>สมาธิ คืออะไร</title><content type='html'>&lt;strong&gt;สมาธิ คืออะไร&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สมาธิ คือการที่มีจิตใจจดจ่ออยู่กับเรื่องใด เรื่องหนึ่ง โดยไม่คิดฟุ้งซ่านไปคิดเรื่องอื่นๆ&lt;br /&gt;การฝึกสมาธินั้นไม่ได้มีอยู่แค่ใน พุทธศาสนาเท่านั้น โดยการฝึกทำสมาธิมีมาก่อนสมัยพุทธกาลเสียอีก นอกจากนี้การฝึกสมาธิ มีอยู่ทั่วไปในศาสนาอื่นๆ รวมถึงลัทธิความเชื่อต่างๆ อีกมากมาย แม้แต่การเล่นโยคะก็มีเรื่อง สมาธิเข้ามาเกี่ยวข้อง  โดยในแต่ละกลุ่ม แต่ละความเชื่อก็มีจุดมุ่งหมายในการฝึก สมาธิ ที่แตกต่างกันออกไป เช่น ในศาสนาพุทธ การฝึกสมาธิก็เพื่อทำให้เกิดความสงบในจิตใจ โดยการฝึกทำสมาธิ ในพุทธศาสนา ก็ยังแบ่งเป็น 2 วิธี คือ สมาธิ และ วิปัสสนา สำหรับการทำสมาธิในศาสนาฮินดูนั้น เพื่อฝึกการควบคุมจิตใจ และ ควบคุมอารมณ์ ส่วนในลัทธิเต๋า นั้นทำสมาธิเพื่อให้เกิดความสงบ และเกิดความแข็งแกร่งและความสมดุล ของร่างกายและจิตใจ ตามหนัก หยิน และ หยาง หรือแม้แต่ในปัจจุบัน การฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพของบุคคล ก็ยังนำหลักของการฝึกสมาธิเข้ามาใช้ ซึ่งส่วนใหญ่จะเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า "Focus" ซึ่งก็คือการจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งนั้นเอง แม้แต่ทางด้านการแพทย์ การฝึกสมาธิยังสามารถช่วยเกี่ยวกับอาการ สมาธิสั้น อีกด้วย&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://4.bp.blogspot.com/_vdd2GIVZVu4/S6SCLFA113I/AAAAAAAAAF4/-D32DGbQ-1Q/s1600-h/meditation.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 240px; height: 180px;" src="http://4.bp.blogspot.com/_vdd2GIVZVu4/S6SCLFA113I/AAAAAAAAAF4/-D32DGbQ-1Q/s400/meditation.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5450624575861020530" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;สำหรับการฝึกสมาธิ นั้น ไม่จำเป็นที่จะต้องฝึกในท่านั่งเท่านั้น ไม่ว่า จะเป็นการนอน การนั่ง การยืน หรือ แม้แต่การเดิน ก็สามารถใช้ในการฝึกสมาธิได้ ทั้งนั้น สำหรับการในทางพุทธศาสน์ นิยมทำสมาธิ ในท่านั่งขัดสมาธิ เพราะเชื่อว่าเป็นท่าที่ทำให้เข้าถึงความสงบของจิตใจได้ดีที่สุด การฝึกสมาธิมีประโยชน์หลายด้านไม่เฉพาะทางด้านศาสนาเท่านั้น การฝึกสมาธิยังมีประโยชน์ในชีวิตประจำวัน และสุขภาพจิต นานาประการอีกด้วย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8344578272569545654-2530383584633346535?l=xn--p3cr0a7al.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8344578272569545654/posts/default/2530383584633346535'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8344578272569545654/posts/default/2530383584633346535'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--p3cr0a7al.blogspot.com/2010/03/blog-post.html' title='สมาธิ คืออะไร'/><author><name>G_</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://4.bp.blogspot.com/_vdd2GIVZVu4/S6SCLFA113I/AAAAAAAAAF4/-D32DGbQ-1Q/s72-c/meditation.jpg' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8344578272569545654.post-8868290170340221722</id><published>2010-04-16T03:17:00.000-07:00</published><updated>2010-04-16T05:10:16.442-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สมาธิ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เดินสมาธิ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='เดินจงกรม'/><title type='text'>สมาธิ : การ เดินสมาธิ เดินจงกรม</title><content type='html'>สมาธิ : เดินสมาธิ หรือ เดินจงกรม&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การเดินก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการฝึกสมาธิ ซึ่งจะทำให้ร่างกายได้ผ่อนคลาย และได้เคลื่อนไหวเปลี่ยนอริยาบท ไปด้วยระหว่างการทำ สมาธิ การเดินจงกรม (เดินสมาธิ) จะเกิดผลดีถ้าฝึกควบคู่กับการนั่งสมาธิไปด้วย การเดินจงกรม สามารถเดินได้ทั้งรอบที่สั่นและยาว ตามแต่พื้นที่จะอำนวย แต่โดยปกติ การเดินสมาธิ นิยมใช้ สถานที่ยาวประมาณ 5 - 10 เมตร หรือประมาณ 25 ก้าว เนื่องจาก ระยะทางที่ไม่ยาวเกินไป และไม่สั้นเกินไปจนทำให้เวียนหัว การเดินสมาธินั้นไม่ต้องหลับตา ระหว่างเดินสมาธิมองพื้นที่ที่เราจะเดินไป แต่จะไม่มองไกลเกินไปเพราะจะทำให้จิตหลุดจากสมาธิได้ง่าย แต่ก็ไม่ก้มมากเกินไปจนปวดต้นคอ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;จากนั้นก็เริ่มเดินสมาธิ โดยการก้าวขาขวาไป ก็นึกคำว่า "พุท" และเมื่อก้าวขาซ้ายไปก็นึก คำว่า "โธ" หรือจะเจริญสมาธิภาวนา เป็นคำอื่นก็ได้ แล้วแต่จะกำหนด และกำหนดจิตสมาธิจดจ่ออยู่กับ เท้าที่ก้าวเหยียบสัมผัสลงพื้น เมื่อเดินสมาธิมาถึงปลายทาง ให้หยุดและ แล้วก็หันกลับด้านขวา มาทางเดิม โดยความเร็วในการเดินสมาธิ ไม่ควร เร็ว หรือ ช้า เกินไป  กำหนดจิตสมาธิ ให้อยู่ที่ก้าวเดินและคำภาวนา เกิดเป็นสมาธิ &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;   การเดินสมาธิ ถ้าจะให้เกิดผล เราควรทำอย่างน้อย 30 นาที และจะดีมากขึ้นถ้า ฝึกการนั่งสมาธิควบคู่ไปด้วย&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8344578272569545654-8868290170340221722?l=xn--p3cr0a7al.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8344578272569545654/posts/default/8868290170340221722'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8344578272569545654/posts/default/8868290170340221722'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--p3cr0a7al.blogspot.com/2010/04/blog-post.html' title='สมาธิ : การ เดินสมาธิ เดินจงกรม'/><author><name>G_</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8344578272569545654.post-4758931026379945965</id><published>2010-03-26T22:43:00.000-07:00</published><updated>2010-03-27T02:14:02.206-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สมาธิ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='การฝึกสมาธิเบื้องต้น'/><title type='text'>การฝึกสมาธิเบื้องต้น</title><content type='html'>การฝึก นั่งสมาธิ เบื้องต้น &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ก่อนอื่นเราควรหาสถานที่ที่เงียบ และ สงบ สำหรับการเริ่มฝึกสมาธิ เพราะการที่มีสิ่งแวดล้อมที่รบกวนการนั่งสมาธิ จะทำให้จิตใจของเรา หลุดจากสมาธิได้ง่ายกว่าในที่ที่เงียบสงบ นอกจากนี้ สภาพแวดล้อมก็ควรที่จะมีความสะอาด ถูกสุขลักษณะ อากาศถ่ายเทได้สะดวก ไม่มีกลิ่นรบกวน หรือ อับชื้น&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://1.bp.blogspot.com/_vdd2GIVZVu4/S63MSPRhtxI/AAAAAAAAAGc/SqhQYzXkhYg/s1600/lotus.jpg"&gt;&lt;img style="display:block; margin:0px auto 10px; text-align:center;cursor:pointer; cursor:hand;width: 320px; height: 240px;" src="http://1.bp.blogspot.com/_vdd2GIVZVu4/S63MSPRhtxI/AAAAAAAAAGc/SqhQYzXkhYg/s320/lotus.jpg" border="0" alt=""id="BLOGGER_PHOTO_ID_5453239337525294866" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ส่วนขั้นตอนการเริ่มฝึกสมาธิ หลายท่านคงเคยฝึกมาบ้างแล้ว หรือไม่อย่างน้อยที่สุดก็เคยได้ยินมาบ้าง&lt;br /&gt;ว่าให้เรากำหนดลมหลายใจเข้าออก มีจิตใจจดจ่ออยู่กับการเข้าออกของลมหายใจ ซึ่งแต่ละสำนักอาจจะมีการเจริญภาวนาที่ต่างๆกันออกไป เช่น พุทธโธ, ยุบหนอ พองหนอ เป็นต้น ที่จริงแล้วคือการที่ทำให้เรามีจิตใจจดจ่ออยู่กับตัวเรา มีสมาธิ มีสติ ไม่คิดฟุ่งซ่านไปที่อื่น การที่เรามีสมาธิอยู่ที่ตัวเรา เป็นการฝึกสมาธิที่ง่ายที่สุด เพราะถ้าเราจดจ่อจิตใจไปในเรื่องอื่นภายนอก จะทำให้เราฟุ้งซ่านได้ง่ายนั้นเอง แน่นอนว่าการนั่งสมาธิแรกๆ ความคิดนั้นอาจจะฟุ้นซ่านไปที่อื่นได้ ซึ่งเป็นปกติธรรมดา สำหรับผู้ที่ฝึกสมาธิใหม่ๆ เมื่อรู้ว่าฟุ้นซ่านก็ให้รวมรวมสมาธิกลับมาจดจ่ออยู่ที่ตัวเราอีกครั้ง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;การฝึกนั่งสมาธิเบื้องต้น นั้นเราควรที่จะเริ่มนั่งสมาธิโดยใช้เวลาสั้นๆ ก่อน ประมาณ 10 - 15 นาที  แล้วค่อยเพิ่มเป็น ครึ่งชั่วโมง และ 1 ชั่วโมง ตามลำดับ&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8344578272569545654-4758931026379945965?l=xn--p3cr0a7al.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8344578272569545654/posts/default/4758931026379945965'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8344578272569545654/posts/default/4758931026379945965'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--p3cr0a7al.blogspot.com/2010/03/blog-post_26.html' title='การฝึกสมาธิเบื้องต้น'/><author><name>G_</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author><media:thumbnail xmlns:media='http://search.yahoo.com/mrss/' url='http://1.bp.blogspot.com/_vdd2GIVZVu4/S63MSPRhtxI/AAAAAAAAAGc/SqhQYzXkhYg/s72-c/lotus.jpg' height='72' width='72'/></entry><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-8344578272569545654.post-8949454456341640</id><published>2010-03-22T07:24:00.001-07:00</published><updated>2010-03-23T04:37:37.119-07:00</updated><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='สมาธิ'/><category scheme='http://www.blogger.com/atom/ns#' term='ประโยชน์ของสมาธิ'/><title type='text'>ประโยชน์ของ สมาธิ</title><content type='html'>&lt;strong&gt;ประโยชน์ของ สมาธิ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ประโยชน์ของสมาธิ ในด้านสุขภาพจิต&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;สมาธิ ช่วยทำให้ สุขภาพของใจดีขึ้น คือ ทำให้จิตใจเบิกบาน ผ่องใส บริสุทธิ์  สงบ เยือกเย็น ปลอดโปร่ง สบาย เป็นสุข เสริมสร้างสติปัญญา และ ความจำ การฝึกสมาธิยังส่งเสริมสุขภาพจิตที่ดี รวมถึงการทำงานของสมอง สมาธิทำให้คิดอะไรได้รวดเร็ว ถูกต้อง และและมีประสิทธิภาพ&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ประโยชน์ของสมาธิ ในด้านพัฒนาบุคลิกภาพ&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;สมาธิ ส่งเสริมทำให้ มีบุคลิกภาพที่ดี มีความ กระปรี้กระเปร่า กระฉับกระเฉง มีความองอาจสง่าผ่าเผย สมาธิยังมีผลทำให้ผิวพรรณผ่องใส เสริมสร้างความฉลาดทางอารมณ์ สมาธิช่วยทำให้มีความ หนักแน่น เยือกเย็น และเพิ่มความเชื่อมั่นในตนเอง มีมนุษย์สัมพันธ์ดี วางตัวได้เหมาะสมกับกาลเทศะ เป็นผู้มีเสน่ห์ เพราะไม่มักโกรธ ม มีความเมตตากรุณาต่อบุคคลทั่วไป &lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ประโยชน์ของสมาธิ ด้านชีวิตประจำวัน&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;ในการดำชีวิตประจำวัน สมาธิช่วยให้คลายความเครียด และเป็นเครื่องมือเสริมประสิทธิภาพในการทำงานต่างๆ รวมถึงการเรียน การศึกษา สมาธิยังช่วยเสริมสร้างให้มีสุขภาพแข็งแรง เพราะร่างกายกับจิตใจย่อมมีอิทธิพลต่อกัน ตามคำกล่าวที่ว่า จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว ถ้าจิตใจเข้มแข็ง ด้วยการฝึกสมาธิ ย่อมเป็นภูมิต้านทานโรคไปในตัว&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ประโยชน์ของ สมาธิ ด้านศีลธรรม และ จริยธรรม&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;สมาธิ ช่วยทำให้เป็นผู้มีประพฤติดี สามารถยับยั่งช่างใจ ให้พ้นจากความชั่ว และสร้างจิตใจดี ทำให้สามารถดำรงชีวิตในทางที่ดี ทั้งทางกาย วาจา และ ใจ  ทำให้เป็นผู้มีความพอเพียง มีความอดทนอด รักสงบ และมีขันติเป็นเลิศ สมาธิยังช่วยให้จิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีจริยธรรม และ เห็นแก่ความถูกต้อง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;strong&gt;ประโยชน์ของ สมาธิ ด้านสุขภาพร่างกาย&lt;/strong&gt;&lt;br /&gt;สมาธิ ช่วยเสริมสุขภาพกายให้สมบูรณ์แข็งแรง และยังสามารถแก้ไขอาการของโรคต่างๆได้ โดยร่างกายและจิตใจมีความเชื่อมโยงและมีอิทธิพลซึ่งกันและกัน เมื่อจิตใจมึความอ่อนแอ เศร้าหมองเสียใจ หรือเครียด ก็จะทำให้ร่างกายทรุดโทรม และเกิดโรคภัยไข้เจ็บขึ้นมาได้ ดังนั้น การมีจิตใจที่เข้มแข็งโดยการฝึกสมาธิ จึงทำให้สุขภาพร่างกายแข็งแรงได้อย่างแน่นอน&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/8344578272569545654-8949454456341640?l=xn--p3cr0a7al.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8344578272569545654/posts/default/8949454456341640'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/8344578272569545654/posts/default/8949454456341640'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://xn--p3cr0a7al.blogspot.com/2010/03/blog-post_22.html' title='ประโยชน์ของ สมาธิ'/><author><name>G_</name><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='16' height='16' src='http://img2.blogblog.com/img/b16-rounded.gif'/></author></entry></feed>
